2007/Jun/10

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

1.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ของประเทศ

2.ชื่อเดิมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ม.ธ.) คือ

มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ม.ธ.ก.)

ที่ ต้องตัดคำว่า และการเมือง ออกนั้น เพราะว่า เพื่อไม่ให้

น.ศ.ฝักใฝ่การเมืองมากไป รวมระยะเวลาที่ใช้ชื่อนี้ 18 ปี

3.สถาปนาโดยท่านผู้ประศาสน์การ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส

อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทย

อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กระทรวงการต่างประเทศและ กระทรวงมหาดไทย

และปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ประกาศว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญ

ของโลกอีกด้วย

4.เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่ใช้ตำแหน่งผู้ประศาสน์การ

(ต่อมาเปลี่ยนเป็นตำแหน่งอธิการบดี)

5.ตำแหน่งผู้ประศาสน์การมีเพียงท่านเดียว คือ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์

เพื่อยกย่องท่านในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย

6.อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยเป็นนายกรัฐมนตรี คือ

จอมพล ป. พิบูลสงคราม

7.จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีก็เคยดำรงตำแหน่ง

อธิการบดีในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วย

8.วันสถาปนามหาวิทยาลัย คือ 27 มิถุนายน 2477

(ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว)

9.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิด

มหาวิทยาลัย เพราะขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษ

10.ที่ตั้งเดิมของมหาวิทยาลัยก่อนจะย้ายไปที่ท่าพระจันทร์คือ

ตึกร.ร.กฎหมาย กระทรวงยุติธรรม เชิงสะพานผ่านภพลีลา

ปัจจุบันเป็นที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล

11.นายจิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงเป็นผู้ออกแบบ ตึกโดม

12.ความหมายของตึกโดม คือ ตัวโดมที่เป็นรูป 6 เหลี่ยมเพราะ

จะได้สะท้อนถึงหลักที่ 6 ในหลัก 6 ประการของคณะราษฎร คือ

จะต้องให้การศึกษาเต็มที่แก่ราษฎร และ ที่ยอดตัวโดมแหลมขึ้นฟ้า

นั่นก็เพราะ เปรียบโดมเสมือนดินสอ ที่จดบันทึกวิชาความรู้

และเรื่องราวต่างๆที่ไม่รู้จักจบสิ้นเอาไว้บนผืนฟ้าอันกว้างใหญ่

13.จุดประสงค์ในการก่อตั้ง คือ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงที่ให้ความรู้

ทางด้านกฎหมาย การเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นวิทยาการสมัยใหม่

แก่ประชาชนทุกชนชั้น โดยเก็บค่าเล่าเรียนให้น้อยที่สุด

14.ตราประจำมหาวิทยาลัย คือ พระธรรมจักร เกิดขึ้นในปี 2479

มีความหมายว่าสถาบันแห่งนี้ยึดถือคติธรรมของพระพุทธศาสนา

ในการกล่อมเกลาบัณฑิต สิ่งที่อยู่กลางธรรมจักรคือพานรัฐธรรมนูญ

หมายถึงการยึดมั่นเชิดชูรัฐธรรมนูญ

15.สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเหลือง-แดง

"เหลืองของเรา คือ ธรรมประจำจิต แดงของเรา คือ โลหิตอุทิศให้"

16.ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ต้นยูงทอง มีอยู่ 5 ต้น

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเพาะชำเอง

และเสด็จฯมาทรงปลูกด้วยพระองค์เอง ยังความปลาบปลื้ม

มาสู่ชาวธรรมศาสตร์จวบจนทุกวันนี้

17.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยมีร.ร.เตรียม เรียกว่า ชั้นเตรียมปริญญา

ชื่อ ร.ร.เตรียม ม.ธ.ก. เพื่อผลิตนักเรียนเข้าเรียนต่อใน ม.ธ.ก.

มีแค่ 8 รุ่นเท่านั้น แล้วก็ยุบไป

18.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยเป็นเจ้าของธนาคารเอเชียด้วย

(เพราะตอนแรกไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐบาล จึงไม่ได้รับงบฯ)

แต่ต่อมาถูกใช้อำนาจสกปรกขู่เข็ญให้มอบหุ้นทั้งหมด

ให้นายทหารผู้หนึ่ง (น่าเสียดายมากๆ)

19.คณะเริ่มแรกตั้งแต่สถาปนามหาวิทยาลัย มี 4 คณะ คือ

นิติศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์

20.เพลงประจำมหาวิทยาลัยมี 2 เพลง เพลงแรกที่ใช้ คือ

เพลงประจำมหาวิทยาลัย ทำนองมอญดูดาว แต่งโดยขุนวิจิตรมาตรา

และเพลงที่2 คือเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง ได้รับพระราชทาน

จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

21.ธรรมศาสตร์เคยจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยกรุงเทพด้วย

เพื่อจะได้ดูเป็นกลาง แต่ไม่สำเร็จ

22.งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯครั้งแรก มีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2477

ณ ทุ่งพระสุเมรุ สนามหลวง ผลคือเสมอกัน1-1 โดยครั้งนั้นยังไม่มี

ขบวนพาเหรดแปรอักษร หรือเชียร์ อย่างในปัจจุบัน

23.เคยสงสัยไหมว่างานฟุตบอลประเพณีบางปีทำไมเรียก ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ

บางปีเรียก จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เพราะว่า ปีใดที่ไหนเป็นเจ้าภาพ

ก็จะเอาชื่อของที่นั่นขึ้นก่อน ซึ่งการเป็นเจ้าภาพ ธรรมศาสตร์

จะเป็นครั้งที่เป็นเลขคี่ เพราะเริ่มครั้งแรกที่ธรรมศาสตร์

ส่วนจุฬาฯ จะเป็นครั้งที่เป็นเลขคู่ เช่น ปีหน้าครั้งที่ 64 จุฬาฯเป็นเจ้าภาพ

24.ธรรมศาสตร์มีงิ้วล้อการเมืองที่มีชื่อเสียงมาก คือ งิ้วธรรมศาสตร์

หรือ งิ้วการเมือง โดยมีต้นกำเนิดจาก คณะนิติศาสตร์

แต่ปัจจุบันเป็นของคณะสังคมสงเคราะห์ หรือที่เรียกกันว่า

"งิ้วสังเคราะห์" ซึ่งรับประกันความดุเด็ดเผ็ดมันว่ายังเหมือนเดิม

25.สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะศิลปศาสตร์

ด้วย

26.ปีการศึกษา 2540 พระองค์ภาฯ ทรงเข้าไปนักศึกษาคณะนิติศาสตร์

ยังความภาคภูมิใจมาสู่ชาวธรรมศาสตร์เป็นล้นพ้น

โดยทรงจบการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2 อีกด้วย

27.หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นหอประชุมที่นักศึกษามธ.ในอดีต

ภาคภูมิใจว่า เป็นหอประชุมที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ในเอเชียอาคเนย์

28.คณะะรัฐประศาสนศาสตร์ ได้แยกตัวออกไปเป็น

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

29.มหาวิทยาลัยถูกปิดความเป็นตลาดวิชาลงเมื่อ พ.ศ.2503

เป็นระบบสอบเข้าแทน

30.ธรรมศาสตร์ ไม่มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่จะเรียกว่าเพื่อนใหม่

เพราะถือว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน

31.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

เคยเสด็จมาทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์กับนักศึกษา มธ.ด้วย

32.ในปี 2507 มีมติจากสภาการศึกษาแห่งชาติให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย

เป็น มหาวิทยาลัยภูมิพล โดยให้โอนม.ธรรมศาสตร์ไปรวมกับ

ม.แพทยศาสตร์(ม.มหิดลปัจจุบัน) และม.ศิลปากร

แต่สมาคมธรรมศาสตร์มีมติคัดค้าน จึงไม่มีการเปลี่ยนแต่อย่างใด

33.อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ควบกับตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ แต่ตามระเบียบ ก.พ. นั้น

ข้าราชการจะทำงานพร้อมกันทีเดียว 2 แห่งได้ แต่จะได้รับเงินเดือน

อีกแห่งเพียงครึ่งเดียว โดยอ.ป๋วยเลือกรับเงินเดือนคณบดีเต็มอัตรา

8,000 บาท และรับเงินเดือนผู้ว่าแบงค์ชาติครึ่งอัตราคือ 25,000 บาท

แทน นับเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ในการตัดสินใจของท่านเพื่อชาวธรรมศาสตร์

34.ธรรมศาสตร์ไม่มีผู้อัญเชิญธรรมจักร เพราะถือว่า ธรรมจักรอยู่ในหัวใจ

ของนักศึกษาทุกคน

35.จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นผู้ก่อตั้ง คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

36.วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันรัฐธรรมนูญแล้ว

ยังเป็นวันธรรมศาสตร์อีกด้วย

37.โขนธรรมศาสตร์ เคยใช้เป็นการแสดงในการสมโภชการสถาปนา

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร

38.ลิฟท์แดง อยู่ที่คณะศิลปศาสตร์ (เรื่องนี้มีตำนานค่ะ...วันหลังจะมาเล่าให้ฟัง)

39.ลานโพธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของ

ธรรมศาสตร์และสังคมไทย นับตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516

ที่ขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนร่วมกันต่อสู้เพื่อเรียกร้อง

รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย

40.ผู้มีพระคุณในเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่ชาวธรรมศาสตร์จะลืมไม่ได้ก็คือ

แม่ค้าย่านท่าพระจันทร์และปากคลองตลาด ที่จัดทำเสบียงส่งให้ตลอด

41.สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เช่าที่ดินของธรรมศาสตร์ (ที่รังสิต)

เนื้อที่ 1,110 ไร่ เป็นเวลา 30 ปี รวมค่าเช่า 3,000 บาท

42.รถโดยสารในม.ธ.รังสิต คือ รถราง (รอนานมากๆ บางทีไม่จอดด้วย

แถมคนขับก็ดุยังกะแมว) (แต่ตอนนี้มี NGVเพิ่มเข้ามาดีมากๆ ฟรีตลอดทาง)

43.อาหารที่ศูนย์รังสิต แพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นมากๆ แต่ก็อร่อยมากๆ เหมือนกัน

(ดูได้จากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของนิ่ม หลังจากที่ได้เข้าเรียนที่นี่)

44.ห้องเรียนที่ม.ธ.ติดแอร์หมดทุกห้อง (ทำให้หลับสบาย)

45.คณะที่เป็นขวัญใจของสาวๆ คือ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร

หรือ SIIT แบบว่ารูปหล่อ บ้านรวย เรียนเก่ง(คือถ้าขึ้นปี 2 ได้ ถือว่านายแน่มาก)

เข้าง่าย ออกง่าย(โดนไทร์) แต่จบยาก (แต่นิ่มแอบปลื้มหนุ่มวิศวะมากกว่านะ)

46.เศรษฐศาสตร์ เป็นคณะหนุ่มหล่อของธรรมศาสตร์ (เหรอ?? แล้ววิศวะ กับ SIIT ล่ะ)

(งั้นคณะที่หนุ่มสวยที่สุดก็คงเป็นสังคมสงเคราะห์ศาสตร์แล้วกัน 55)

47.บัญชี รัฐศาสตร์สังคมสงเคราะห์ ศิลปศาสตร์

เป็นคณะรวมสาวสวยของธรรมศาสตร์

48.หอเอเชี่ยนเกมส์ เป็นหอมหาวิทยาลัยรัฐฯที่หรูที่สุด

มีแอร์ เครื่องทำน้ำอ